วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

วันสงกรานต์


วันสงกรานต์ 2559 ประเพณีวันสงกรานต์ ประวัติความเป็นมาวันสงกรานต์

วันสงกรานต์ ประเพณีไทย
      สงกรานต์ซึ่ง เป็นประเพณีของประเทศไทย  สงกรานต์เป็นคำสันสกฤต หมายถึง การผ่าน หรือ การเคลื่อนย้าย ซึ่งเป็นการอุปมาถึงการเคลื่อนย้ายของการประทับในจักรราศี...
       
ประเพณีสงกรานต์ ของไทยที่สืบกันมาอย่างช้านาน
 
        โดยการนับ ระยะเวลาที่เส้นทางของ ดวงอาทิตย์โคจรผ่านกลุ่มดาวฤกษ์จักราศีทั้ง 12 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มดาวราศี เมษ พฤษภ เมถุน กรกฎ สิงห์ กันย์ ตุลย์ พิจิก ธนู มังกร กุมภ์ และ มีน การโคจร ผ่านกลุ่มดาวแต่ละกลุ่ม จะใช้ระยะเวลา ประมาณ 30 วัน เมื่อ ดวงอาทิตย์โคจรผ่าน กลุ่มดาว เหล่านี้ครบทั้ง 12 กลุ่ม ก็จะได้ระยะเวลา 1 ปี พอดี เป็นวิธีการนับเดือนที่ใช้กันใน ประเทศอินเดีย และกลุ่มประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งรับอิทธิพลทางวัฒนธรรมมาจาก อินเดียเช่น ไทย พม่า เขมร ลาว เป็นต้น

วันมหาสงกรานต์ 13 เมษายน

     วันที่ 13 เมษายน เป็นวัน"มหาสงกรานต์" หรือ วันเริ่มต้นปีใหม่ ทั้งนี้เป็นเพราะเป็นจากช่วงเวลาที่ดวง อาทิตย์โคจรผ่านจากราศีมีนเข้าสู่ ราศีเมษนั้น  โลกโคจรเป็นมุมฉากกับดวงอาทิตย์ จึงมีกลางวันและกลางคืนยาวเท่ากันพอดี วันสงกรานต์เป็นวันทำบุญใหญ่ประจำปี มี 3 วันคือ  วันมหาสงกรานต์หรือวันส่งท้ายปีเก่า (วันที่ 13 เมษายน)  วันกลางหรือวันเนา (วันที่ 14 เมษายน) วันขึ้นปีใหม่ หรือวันเถลิงศก (วันที่ 15 เมษายน) 

         หรือการเคลื่อนขึ้นปีใหม่ในความเชื่อของประเทศไทยและบางประเทศในเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้ และชาวต่างประเทศจะเรียกว่าเทศกาลนี้ว่า “สงครามน้ำ” สงกรานต์ เป็นประเพณีเก่าแก่ของไทยซึ่งสืบทอดมาแต่โบราณคู่มากับประเพณีตรุษ จึงมีการเรียกรวมกันว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ หมาย ถึงประเพณีส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่ คำว่าตรุษเป็นภาษาทมิฬ แปลว่าการสิ้นปี เมื่อวันสงกรานต์ตรงกับวันใดของแต่ละปี ซึ่งจะมีนางสงกรานต์ประจำวันนั้นๆ
 

ชื่อของนางสงกรานต์

     ชื่อของนางสงกรานต์มี ดังนี้  วันอาทิตย์ ชื่อนางทุงษะเทวี วันจันทร์ชื่อนางโคราคะเทวี วันอังคารชื่อนางรากษสเทวี วันพุธชื่อนางมณฑาเทวี วันพฤหัสชื่อนางกิริณีเทวี วันศุกร์ชื่อนางกิมิทาเทวี วันเสาร์ชื่อนางมโหธรเทวี

 ตำนานนางสงกรานต์
 
        บุตรของเศรษฐีคนหนึ่งชื่อ ธรรมบาลกุมาร เป็นผู้ที่รู้ภาษานก เรียนไตรเพทจบ เมื่ออายุเจ็ดขวบ เป็นอาจารย์บอก มงคลต่าง ๆ แก่มนุษย์ทั้งปวง ซึ่งในขณะนั้น โลกทั้งหลายนับถือท้าวมหาพรหมและกบิลพรหมองค์หนึ่งว่า เป็นผู้แสดงมงคลแก่มนุษย์ทั้งปวง เมื่อกบิลพรหมทราบ จึงลงมาถามปัญหาธรรมบาลกุมาร 3 ข้อ สัญญาไว้ว่า ถ้าแก้ปัญหาได้จะตัดศีรษะบูชา ถ้าแก้ไม่ได้จะตัดศีรษะธรรมบาลกุมารเสีย ปัญหานั้นว่า
 
        ธรรมบาลขอผลัด 7 วัน ครั้นล่วงไปได้ 6 วัน ธรรมบาลกุมารก็ยังคิดไม่ได้ จึงลงจากปราสาทไปนอนอยู่ใต้ต้นตาลสองต้น มีนกอินทรี 2 ตัวผัวเมียทำรังอาศัยอยู่บนต้นตาลนั้น  ครั้ง เวลาค่ำนางนกอินทรีจึงถามสามีว่า พรุ่งนี้จะได้อาหารแห่งใด สามีบอกว่า จะได้กินศพธรรมบาลกุมาร ซึ่งท้าวกบิลพรหมจะฆ่าเสีย เพราะทายปัญหาไม่ออก นางนกถามว่า ปัญหานั้นอย่างไรสามีจึงบอกว่า ปัญหาว่าเช้าราศีอยู่แห่งใด เที่ยงราศีอยู่แห่งใด ค่ำราศีอยู่แห่งใด นางนกถามว่า จะแก้อย่างไร สามีบอกว่า เช้าราศีอยู่หน้า  มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างหน้า เวลาเที่ยงราศีอยู่อก  มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาเครื่องหอมประพรมที่อก เวลาค่ำราศีอยู่เท้า  มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างเท้าครั้งรุ่งขึ้นท้าวกบิลพรหมมาถามปัญหา ธรรมบาลกุมารก็แก้ตามที่ได้ยินมา 
 
 
 
        ท้าวกบิลพรหมจึงตรัส เรียกเทพธิดาทั้ง 7 อันเป็นบริจาริกาพระอินทร์มาพร้อมกัน บอกว่า เราจะตัดศีรษะบูชาธรรมบาลกุมาล ศีรษะของเราถ้าจะตั้งไว้บนแผ่นดินไฟก็จะไหม้ทั่วโลก ถ้าจะทิ้งขึ้นบนอากาศ ฝนก็จะแล้ง ถ้าจะทิ้งไว้ในมหาสมุทรน้ำก็จะแห้ง 
 
     ธิดาทั้งเจ็ดเอาพานมารับศีรษะ แล้วก็ตัดศีรษะส่งให้ธิดาผู้ใหญ่ นางจึงเอาพานมารับพระเศียรบิดาไว้ แล้วแห่ทำประทักษิณ รอบเขาพระสุเมรุ 60 นาที จากนั้นเชิญไปประดิษฐานไว้ในมณฆปถ้ำคันธุลีเขาไกรลาศ บูชาด้วยเครื่องทิพย์ต่าง ๆ พระเวสสุกรรมกันฤมิตรแก้วเจ็ดประการชื่อ ภควดี ให้เป็นที่ประชุมเทวดา เทวดาทั้งปวงนำเอาเถาฉมุลาด ลงมาล้างในสระอโนดาตเจ็ดครั้ง แล้วแจกกันสังเวยทุก ๆ พระองค์ ครั้งถึงครบกำหนด 365 วัน โลกสมมติว่า ปีหนึ่งเป็นสงกรานต์นางเทพธิดาเจ็ดองค์ ผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหม ออกแห่ประทักษิณเขาพระสุเมรุทุกปี แล้วกลับไปเทวโลก ซึ่งลูกสาวทั้งเจ็ดของท้าวกบิลพรหมนั้น
 
     เราสมมติเรียกว่า นางสงกรานต์ มีชื่อต่าง ๆ ดังนี้ วันอาทิตย์ ชื่อนางทุงษะเทวี วันจันทร์ชื่อนางโคราคะเทวี วันอังคารชื่อนางรากษสเทวี วันพุธชื่อนางมณฑาเทวี วันพฤหัสชื่อนางกิริณีเทวี วันศุกร์ชื่อนางกิมิทาเทวี วันเสาร์ชื่อนางมโหธรเทวี
 
 
ความหมายวันมหาสงกรานต์ของแต่ละวัน
 
    ถ้าปีใดวันมหาสงกรานต์เป็นวันอาทิตย์ ปีนั้นไร่นาเรือกสวน เผือกมัน มิสู้แพงแล วันจันทร์เป็นวันมหาสงกรานต์ จะแพ้เสนาบดี ท้าวพระยาและนางพระยาทั้งหลาย
 
    วันอังคารและวันเสาร์ เป็นวันมหาสงกรานต์  จะเกิดอันตรายกลางเมือง จะเกิดเพลิงและโจรผู้ร้าย และจะเจ็บ ไข้นักแล วันพุธ เป็นวันมหาสงกรานต์ ว่าท้าวพระยาจะได้เครื่องบรรณาการมาแต่ต่างเมือง แต่จะแพ้ลูกอ่อนนักแล
 
    วันพฤหัสบดีเป็นวันมหาสงกรานต์ จะแพ้ข้าไท พระสงฆ์ราชาคณะจะได้รับความเดือดเนื้อร้อนใจกันแล
 
    วันศุกร์เป็นวันมหาสงกรานต์ ข้าวน้ำ ลูกหมากรากไม้ทั้งหลายจะอุดม แต่จะแพ้เด็ก ฝนและพายุชุม จะเจ็บตากันมากนักแล
 

 
ความสำคัญของวันสงกรานต์

        พิธีสงกรานต์ ถือเป็นประเพณีการเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ของไทยที่ยึดถือปฏิบัติ มาแต่โบราณช่วงวัน สงกรานต์จึงเป็นวันแห่งความเอื้ออาทร ความรัก ความผูกพัน ที่มีต่อกันทั้งครอบครัว ชุมชน สังคม และศาสนา แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปสู่สังคมในวงกว้าง และมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนทัศนคติ และความเชื่อส่วนนั้นไปและ ในความเชื่อดั้งเดิมที่ใช้สัญลักษณ์เป็นองค์ประกอบหลักในพิธี ได้แก่ การใช้น้ำเป็นตัวแทน แก้กันกับความหมายของฤดูร้อน ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น และขอพรจาก บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย รวมทั้งแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อบรรพบุรุษ ที่ล่วงลับไปแล้ว ด้วยการทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ การสร้างความสมัครสมานสามัคคีในชุมชน ได้แก่ การร่วมกันทำบุญให้ทานการก่อพระเจดีย์ทรายและเป็น การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา การเล่นสาดน้ำเพื่อความสนุกสนานรื่นเริงร่วมกัน นอกจากนี้ ยังสร้างความรู้สึกผูก พันกลมเกลียวต่อบุคคลในสังคมเดียวกัน และสร้างความรู้สึกหวงแหนในสาธารณสมบัติของสังคม และสิ่งแวดล้อมโดยการช่วยกันทำความสะอาดบ้านเรือน วัดวาอาราม ตลอดจนอาคารสถานที่สถานที่ต่างๆ

        เวลาได้เปลี่ยนไป ผู้คนได้มีการเคลื่อนย้ายที่อยู่เข้าสู่เมืองใหญ่ๆ และจะถือเอาวันสงกรานต์เป็นวัน “กลับบ้าน” ทำให้การจราจรคับคั่งในช่วงวันก่อนสงกรานต์ วันแรกของเทศกาล และวันสุดท้ายขอเทศกาล  นอกจากนี้ เทศกาลสงกรานต์ยัง ถูกใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งต่อคนไทย และต่อนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ปัจจุบันนี้เทศกาลสงกรานต์มีพัฒนาการและมีแนวโน้มว่าได้มีการเสริมจนคลาด เคลื่อนบิดเบือนไป เกิดการประชาสัมพันธ์ในเชิงการท่องเที่ยวว่าเป็น ‘Water Festival’ เป็นภาพของการใช้น้ำเพื่อแสดงความหมายเพียงประเพณีการเล่นเท่านั้น
 
 
        ปฏิทินไทยในขณะนี้กำหนดให้เทศกาลสงกรานต์ตรงกับวันที่ 13-15 เมษายน ของทุกปี และเป็นวันหยุดราชการ อย่างไรก็ตาม ประกาศสงกรานต์อย่างเป็นทางการจะคำนวณตามหลักเกณฑ์ในคัมภีร์สุริยยาตร์ ซึ่งแต่โบราณมา กำหนดให้วันแรกของเทศกาล เป็นวันที่พระอาทิตย์ย้ายออกจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ เรียกว่า “วันมหาสงกรานต์” วันถัดมาเรียกว่า “วันเนา” และวันสุดท้าย เป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชและเริ่มใช้กาลโยคประจำปีใหม่ เรียกว่า “วันเถลิงศก” จากหลักการข้างต้นนี้ ทำให้ปัจจุบันเทศกาลสงกรานต์มักตรงกับวันที่ 14-16 เมษายน (ยกเว้นบางปี เช่น พ.ศ. 2551 และ พ.ศ. 2555 ที่สงกรานต์กลับมาตรงกับวันที่ 13-15 เมษายน) ซึ่งบางปีก็อาจจะตรงกับวันใดวันหนึ่ง
  
 
กิจกรรมในวันมหาสงกรานต์
 
 
        วันมหาสงกรานต์ ประชาชนจะลุกขึ้นมาตอนเช้าเพื่อที่จะจัดเตรียมอาหาร ไปตักบาตรถวายพระ พอจัดเตรียมอาหารเสร็จก็จะ บรรจงลงภาชนะมีถ้วยโถโอชามที่สวยงาม แล้วเอาวางเรียงลงในถาด เพื่อนำไปทำบุญตักบาตรและเลี้ยงพระประจำหมู่บ้านของตน  เรื่องการแต่งตัว จะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่สะอาดสวยงามมิดชิดเหมาะแก่การไปวัดของชาวบ้าน 
 

 
ก่อพระเจดีย์ทราย
       
        ในสมัยก่อนทีเรื่องเล่าขานกันว่าทุกคนเมื่อเข้าวัดมาแล้วเวลาเดินออกจากวัดจะมีเม็ดทรายติดเท้าออกไปด้วยเพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการเติมเต็มจึงมีการขนทรายเข้าวัดหรือการก่อพระเจดีย์ทรายนั้นเองแต่ถึงอย่างไรแล้วการก่อพระเจดีย์ทรายก็เป็นเพียงกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมกันทำเพราะตอนเย็นๆชาวบ้านก็จะพากันไปที่ท่าน้ำแล้วขนทรายกันมาคนละถังเพื่อนำทรายมาก่อเป็นพระเจดีย์นั่นถือว่าเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่จะให้ชาวบ้านมีความสามัคคีกรมเกลียวเพราะเมื่อขนทรายเข้าวัดแล้วทรายก็จะล้นวัดพระสงฆ์ก็จะนำทรายที่ชาวบ้านขนมานำไปคืนสู่แม่น้ำดังเดิมเพราะไม่รู้จะเก็บไว้ทำอะไรเพราะฉะนั้นแล้วเวลาขนทรายเข้าวัดควรจะขนเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นพอเพราะจะสร้างความลำบากให้พระเณรในภายหลัง
 
ปล่อยนกปล่อยปลา
           
         การปล่อยนกปล่อยปลาในวันมหาสงกรานต์ถือว่าทำกันอาจจะเป็นประเพณีเลยทีเดียวเพราะนั่นถือว่าเมื่อเข้าวัดมาแล้วก็ต้องทำบุญโดยการปล่อยนกปล่อยปลาถ้าถือตามความเชื่อแล้วอานิสงส์ในการปล่อยนกปล่อยปลาถือว่ามีมากเลยทีเดียวแล้วแต่ใครจะอธิฐานแบบไหนเพราะการให้ชีวิตใหม่แก่สัตว์ที่ถูกจับมาทรมานถือว่าได้บุญมากเลยทีเดียวเพราะฉะนั้นไม่แปลกเลยถ้าถึงวันสงกรานต์จะเห็นประชาชนปล่อยนกปล่อยปลา

สรงน้ำ รดน้ำ และสาดน้ำ
       
        การสรงน้ำพระพุทธรูป มีดอกไม้ ธูปเทียน ไปบูชา แล้วเอาน้ำอบไปประพรมที่องค์พระ ทำเป็นสังเขปพอเป็นพิธีว่าได้แสดงความเคารพบูชาและสรงน้ำท่านในวันขึ้นปีใหม่แล้ว เมื่ออัญเชิญพระพุทธรูปมา ก็มีการแห่แหนกันอย่างสนุกสนาน สรงน้ำพระพุทธรูปแล้วก็มีการสรงน้ำพระสงฆ์ โดยมากมักเป็นสมภารเจ้าวัดเป็นการสรงน้ำจริงๆ สรงเสร็จครองไตรจีวรใหม่ที่อุบาสกอุบาสิกานำมาถวาย ท่านก็ขึ้นธรรมาสน์เทศน์อำนวยพรปีใหม่ให้แก่ผู้ที่ไปสรงน้ำ นอกจากนี้ยังมีการ รดน้ำญาติผู้ใหญ่ หรือผู้ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือ เพื่อขอศีลขอพรตามประเพณี
 
 
วันสงกรานต์ วันปีใหม่ไทย
วันสงกรานต์ วันปีใหม่ไทย
นาง สงกรานต์ ทั้ง7 ของท้าวกบิลพรหม
นางสงกรานต์ ทั้ง 7 ของท้าวกบิลพรหม
ประเพณี สงกรานต์ ของไทย
นาง สงกรานต์ ทั้ง7 ของท้าวกบิลพรหม

ประวัติวันสงกรานต์
ท้าวกบิลพรหมจึงตรัส เรียกเทพธิดาทั้ง ๗ มาฟัง

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2559

การเรียนรู้ในศตวรรษที่21
  เด็กยุคใหม่ต่างจากเด็กยุคเก่าเพราะสมัยใหม่เด็กมีความรู้มากกว่าเพราะความความรู้วิ่งเข้ามาหาเยอะเรื่องที่เรียนในห้องเรียนยากมากที่เด็กจะสนใจเพราะเรื่องอื่นน่าสนใจกว่าเยอะถ้าจะให้เด็กเลือกก็ยังไม่ได้ในสตวรรษนี้เป็นยุคไอที่  จำนวนความรู้มันเยอะขึ้นทุกวันแต่ก็ไม่ได้ต้องการเด็กเรียนรู้เยอะแต่ก็อยากได้เด็กใฝ่รู้สำหรับโลกศตวรรษที่21  นั้นนอกจากความรู้ที่เด็กควรจะได้รับการสอนเด็กควรจะต้องรู้ในแนวคิดสำคัญ
สารวิชาหลักประกอบด้วย
-ความรู้เกี่ยวกับโลก
-ความรู้ด้านการเงิน
-ความรู้ด้านการเป็นผลเมืองที่ดี
-ความรู้ด้านสุขภาพ
-ความรู้ด้านสิ่งแวลล้อม

วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ประวัติของฉัน


 ชื่อด.ญ.บุญญิสา   ศรีชัย
เลขที่ 21 ชั้น 2/9
อาจารย์ก 1อ.ปาลิดา  ชัยวัลลา
               2อ.นิทัศน์  ศิลปกุล
รายวิชา การเขียนเว็บไซต์ด้วยภาษาHTML
เสนอ
อาจารย์ นายพงศกร    แสงเพิ่ม
วิชาที่ชอบ ศิลปะ คอมพิวเตอร์
ความสามารถพิเศษ ออกแบบได้ วาดรูปได้
อาชีพในฝัน นักออกแบบเสื้อผ้า
เงินเดือนที่ยากได้รับ90,000 บาท
อยากเรียนต่อคณะ  คณะปกรรมศาตร์
เพราะ ชอบออกแบบเสื้อผ้า

วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2559

 /4.bp.blogspot.com
ประเทศสิงคโปร์ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐสิงคโปร์ เป็นนครรัฐสมัยใหม่และประเทศเกาะที่มีขนาดเล็กที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่นอกปลายทิศใต้ของคาบสมุทรมลายูและอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร 137 กิโลเมตร ดินแดนของประเทศประกอบด้วยเกาะหลักรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ซึ่งมักเรียกว่าเกาะสิงคโปร์ในภาษาอังกฤษ และเกาะอูจง (Pulau Ujong) ในภาษามลายู และเกาะที่เล็กกว่ามากอีกกว่า 60 เกาะ ประเทศสิงคโปร์แยกจากคาบสมุทรมลายูโดยช่องแคบยะฮอร์ทางทิศเหนือ และจากหมู่เกาะรีเยาของประเทศอินโดนีเซียโดยช่องแคบสิงคโปร์ทางทิศใต้ ประเทศมีลักษณะแบบเมืองอย่างสูง และคงเหลือพืชพรรณดั้งเดิมเล็กน้อย ดินแดนของประเทศขยายอย่างต่อเนื่องโดยการแปรสภาพที่ดิน
หมู่เกาะมีการตั้งถิ่นฐานในคริสต์ศตวรรษที่ 2 และต่อมาเป็นของจักรวรรดิท้องถิ่นต่าง ๆ สิงคโปร์สมัยใหม่ก่อตั้งใน ค.ศ. 1819 โดยเซอร์สแตมฟอร์ด รัฟเฟิลส์ (Stamford Raffles) เป็นสถานีการค้าของบริษัทอินเดียตะวันออกโดยการอนุญาตจากรัฐสุลต่านยะฮอร์ อังกฤษได้อธิปไตยเหนือเกาะใน ค.ศ. 1824 และสิงคโปร์กลายเป็นหนึ่งในนิคมช่องแคบอังกฤษใน ค.ศ. 1826 หลังถูกญี่ปุ่นยึดครองระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง สิงคโปร์ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรใน ค.ศ. 1963 และเข้าร่วมกับอดีตดินแดนของอังกฤษอื่นเพื่อตั้งประเทศมาเลเซีย แต่ถูกขับอีกสองปีต่อมาผ่านพระราชบัญญัติโดยเอกฉันท์ นับแต่นั้น ประเทศสิงคโปร์พัฒนาอย่างรวดเร็ว จนได้รับการรับรองว่าเป็นหนึ่งในสี่เสือแห่งเอเชีย
ประเทศสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางพาณิชย์สำคัญของโลกแห่งหนึ่ง โดยเป็นศูนย์กลางการเงินใหญ่สุดเป็นอันดับสี่และเป็นหนึ่งในห้าท่าที่วุ่นวายที่สุด เศรษฐกิจซึ่งเป็นโลกาภิวัฒน์และมีความหลากหลายอาศัยการค้าเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิต ซึ่งคิดเป็นประมาณ 30% ของจีดีพีของสิงคโปร์ในปี พ.ศ. 2556 ในแง่ความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ ประเทศสิงคโปร์มีรายได้ต่อหัวสูงสุดเป็นอันดับสามของโลกแต่มีความเหลื่มล้ำของรายได้รุนแรงที่สุดในหมู่ประเทศพัฒนาแล้ว ประเทศสิงคโปร์ได้รับการจัดอันดับสูงในแง่การศึกษา สาธารณสุขและความสามารถการแข่งขันทางเศรษฐกิจ เมื่อปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2557 มีประชากรอาศัยอยู่ในประเทศสิงคโปร์เกือบ 5.5 ล้านคน ซึ่งกว่า 2 ล้านคนมีสัญชาติต่างชาติ แมม้สิงคโปร์จะมีความหลากหลาย แต่เชื้อชาติเอเชียมีมากที่สุด 75% ของประชากรเป็นชาวจีน โดยมีชนกลุ่มน้อยที่สำคัญ เช่น ชาวมาเลย์ ชาวอินเดียและชาวยูเรเซีย มีภาษาราชการสี่ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ ภาษามลายู ภาษาจีนกลางและภาษาทมิฬ และประเทศสนับสนุนพหุวัฒนธรรมนิยมผ่านนโยบายทางการต่าง ๆอีกด้วย
ประเทศสิงคโปร์เป็นสาธารณรัฐระบบรัฐสภา รัฐเดี่ยว และใช้ระบบหลายพรรคการเมือง โดยมีการปกครองสภาเดี่ยวระบบเวสต์มินสเตอร์ พรรคกิจประชาชนชนะการเลือกตั้งทุกครั้งนับแต่เริ่มการปกครองตนเองในปี พ.ศ. 2502 ภาวะครอบงำของพรรคกิจประชาชน ประกอบกับระดับเสรีภาพสื่อต่ำและการปราบปรามเสรีภาพพลเมืองและสิทธิการเมืองนำให้ประเทศสิงคโปร์ถูกจัดเป็นประชาธิปไตยไม่สมบูรณ์ (flawed democracy) ประเทศสิงคโปร์เป็นหนึ่งในห้าสมาชิกผู้ก่อตั้งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ยังเป็นที่ตั้งของสำนักเลขาธิการความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) และสมาชิกการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดและเครือจักรภพแห่งประชาชาติ การพัฒนาอย่างรวดเร็วของประเทศสิงคโปร์นำให้มันมีอิทธิพลอย่างสำคัญในกิจการโลก นำให้นักวิเคราะห์บางส่วนระบุว่าเป็นอำนาจปานกลาง (middle power)
รีวิวที่เที่ยวสิงคโปร์ สิบสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของสิงคโปร์ ที่นักท่องเที่ยวต้องไปเยือน เพราะมิเช่นนั้นแล้ว คุณอาจได้ขึ้นชื่อว่า มาไม่ถึงสิงคโปร์
สิงคโปร์ขึ้นชื่อว่าเป็นสีสันของทวีปเอเชีย เป็นปากอ่าวต้อนรับนักเดินทางจากตะวันตกสู่คาบทวีปตะวันออก เป็นเมืองที่มีความแตกต่างที่ลงตัวทั้งด้านวัฒนธรรม ความเชื่อ ศิลปะและเทคโนโลยี ประเทศบนเกาะเล็กๆ เกาะนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวแทบจะทุกมุม เสิร์ชเอ็นจิ้น Skyscanner ได้รวบรวมข้อมูลของจุดท่องเที่ยวน่าสนใจ และเป็นที่นิยมในปีล่าสุดของสิงคโปร์ จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวใดกันบ้าง เรามาดูกันเลยดีกว่า
สาธารณรัฐสิงคโปร์ (Republic of Singapore) เป็นประเทศเกาะเล็กๆ ในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ทางใต้ของประเทศไทยต่อจากประเทศมาเลเซีย ในอดีตนั้นเคยเป็นส่วนหนึ่งของเครือจักรภพอังกฤษและประเทศมาเลเซีย แต่ได้แยกตัวออกมาเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1965 ปัจจุบันสิงคโปร์ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเจริญสูงสุดในแถวหน้าของโลก ขึ้นชื่อว่าเป็น 1 ในประเทศที่มีคุณภาพชีวิตสูง มีความหลากหลายของเชื้อชาติและศาสนา เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เมืองท่าและเมืองเศรษฐกิจการค้าหลักในแถบเอเชีย และที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่ง คือ สิงคโปร์เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดและยังเป็นเมืองปลอดยาเสพย์ติดอีกด้วย ผู้ที่ทิ้งขยะไม่เป็นที่จะถูกปรับให้หลาบจำและคนที่ลักลอบนำยาเสพย์ติดเข้าประเทศนั้นมีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิตแบบห้ามอุทธรณ์กันเลยทีเดียว ภาษาที่ใช้ทั่วไป คือ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีนกลาง ภาษามาเลย์ ภาษาทมิฬ สกุลเงิน คือ ดอลลาร์สิงคโปร์ (Singapore Dollar or SGD)

การเตรียมตัวเดินทาง

ฤดูกาลและสภาพอากาศ สิงคโปร์สามารถเที่ยวได้ตลอดปี มีอากาศใกล้เคียงเมืองไทย คือ ร้อนชื้น แต่ สิงคโปร์จะมีฝนตกชุกมากกว่า โดยช่วงที่ร้อนที่สุดของปีจะอยู่ระหว่างเดือนกรกฎาคม-เดือนสิงหาคม และในช่วงปลายปีตั้งแต่เดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์ จะมีอากาศค่อนข้างเย็นลงและมีฝนตกบ่อยขึ้น
การเดินทางไปสิงคโปร์ มีสายการบินหลายสายให้บริการเที่ยวบินตรงไปยังสนามบินชางงิหลายเที่ยวต่อวัน หรือถ้าหากไม่เร่งรีบก็สามารถนั่งเรือสำราญหรือบริการเรือท่องเที่ยวชมวิวแหลมมลายูจากภูเก็ตแล้วลัดเลาะผ่านปีนังไปยังท่าเรือมาริน่าที่สิงคโปร์ได้ ทั้งนี้อาจใช้เวลาเป็นวันๆ ในการเดินทางด้วยเรือในขณะที่สามารถเดินทางด้วยเครื่องบินเพียงชั่วโมงเศษๆ หรือไม่เกิน 1 ชั่วโมงจากเมืองไทย ขึ้นอยู่กับสนามบินที่ออกเดินทาง
การเดินทางในสิงคโปร์ สิงคโปร์มีระบบการเดินทางภายในประเทศที่สะดวกรวดเร็วและทันสมัย มีบริการรถโดยสารประจำทาง รถไฟใต้ดิน รถสามล้อถีบ (บริเวณแม่น้ำสิงคโปร์และไชน่าทาวน์) และบริการรถแท็กซี่ นอกจากนั้นบริการรถเช่าที่สิงคโปร์ก็น่าสนใจเพราะสามารถขับรถข้ามไปเที่ยวยังประเทศมาเลเซียได้อีกด้วย
โรงแรมและที่พักในสิงคโปร์ มีบริการที่พักหลากหลายตั้งแต่ที่พักราคาประหยัดที่มักกระจายอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวในเขตลิตเติ้ลอินเดีย (Little India) ไชน่าทาวน์ บูกิส (Bugis) คลาร์ก คีย์ (Clarke Quay) อีสต์ โคสต์ (East Coast) ถัดมาเป็นที่พักระดับกลาง บูทีคโฮเต็ล (Boutique Hotel) ในแถบแม่น้ำสิงคโปร์และไชน่าทาวน์ ไปจนถึงโรงแรม รีสอร์ท หรูหรา 5 ดาวที่กระจุกกันอยู่บริเวณริมอ่าวมาริน่าและถนนออชาร์ด (Orchard Road) ค้นหาและเปรียบเทียบราคาที่พักในสิงคโปร์

ท็อป 10 สถานที่ท่องเที่ยว

มาริน่า เบย์ (Marina Bay)

มาริน่า เบย์ (Marina Bay) สิงคโปร์
/www.skyscanner.co.th/
จุดท่องเที่ยวริมน้ำริมปากอ่าวของสิงคโปร์ เป็นที่ตั้งของร้านค้าหรูหรา ภัตตาคารห้าดาว ร้านสินค้าแบรนด์เนม โรงภาพยนตร์ โรงละครชั้นนำ และรีสอร์ท – คาสิโนชื่อดังระดับโลก มาริน่า เบย์ แซนด์ (Marina Bay Sands) จุดปากอ่าวจุดนี้ ถือเป็นหัวใจหลักของเมืองและเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองจุดอื่นๆ และไม่ไกลจากชิงช้าสวรรค์ยักษ์ (Singapore Flyer) ที่ว่ากันว่าเป็นอีกฟากหนึ่งของ ลอนดอน อาย (The London Eye) ในฝั่งเอเชีย

มาริน่า เบย์ แซนด์ส (Marina Bay Sands)

มาริน่า เบย์ แซนด์ส (Marina Bay Sands) สิงคโปร์
รีสอร์ทห้าดาวริมอ่าวแห่งนี้ ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นโครงการสร้างระดับชาติของสิงคโปร์เลยทีเดียว เพราะนอกจากจะมีโรงแรมใหญ่ถึง 3 หลังเชื่อมต่อกัน ยังนับเป็นอภิมหาศูนย์รวมความบันเทิง เพราะมีทั้งคาสิโนระดับสากล สวนลอยฟ้าขนาดใหญ่ เดอะ แซนด์ส สกายพาร์ค (The Sands Sky Park) สระว่ายน้ำหรูกลางแจ้งที่สูงที่สุดของโลก โรงภาพยนตร์ โรงละคร ภัตตาคาร ร้านอาหาร ศูนย์การค้า ร้านสินค้าแบรนด์เนมจากทั่วโลก ลานสเก็ตน้ำแข็ง พิพิธภัณฑ์ศิลปะและวิทยศาสตร์ (Art Science Museum) แห่งแรกของโลก ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลัก ที่หากคุณไปเยือนสิงคโปร์แล้วไม่น่าพลาด

คลาร์ก คีย์ (Clarke Quay)

คลาร์ก คีย์ (Clarke Quay) สิงคโปร์
เป็นแหล่ง “กิน – ดื่ม” ชั้นนำ พร้อมพรั่งไปด้วยร้านอาหารและผับขึ้นชื่อ ตั้งอยู่ริมปากแม่น้ำของสิงคโปร์ ไม่ว่าคุณคิดจะไปชิมปูผัดพริกอันเลื่องชื่อ ไก่ทอดเจ้าอร่อย หรืออาหารเม็กซิกันเผ็ดร้อน และไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน ร้านอาหารแถบนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง หรือหากคุณคิดจะนั่งจิบเบียร์เย็นฉ่ำฟังเพลงชิลๆ สารพัดผับที่จัดแบ่งตามแนวเพลงต่างๆ ก็มีอยู่มากมายเพื่อตอบรับทุกรสนิยมดนตรีของผู้มาเยือน

ออชาร์ด (Orchard)

ย่านออชาร์ด (Orchard) ที่ถนน Orchard สิงคโปร์
ถนนสายเกษตรกรรมที่ครั้งหนึ่งในอดีตเคยคราคร่ำไปด้วยสวนพริกไทยและเครื่องเทศ แต่ปัจจุบันนี้กลับกลายเป็นถนนช้อปปิ้งเส้นหลักของเมืองสิงคโปร์ เส้นทาง 2.2 กิโลเมตร ที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ไม่ว่าคุณกำลังมาตามหาหมูแผ่นอบน้ำผึ้งชั้นดีสูตรจีนโบราณ หรือแฟชั่นเสื้อผ้าฤดูกาลล่าสุด สารพัดร้านค้าบนถนนออชาร์ดนี้ มีให้คุณเลือกแวะชม และจับจ่ายได้อย่างเพลิดเพลินและไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

วัดศรีมาริอัมมันต์ (Sri Mariamman Temple)

วัดศรีมาริอัมมันต์ (Sri Mariamman Temple) สิงคโปร์
วัดฮินดูโบราณที่เก่าแก่ที่สุดของสิงคโปร์ ตั้งอยู่ในไชน่าทาวน์ (China Town) หรือที่ชาวไทยเรานิยมเรียกจนติดปากกันว่า “วัดแขก สิงคโปร์” รอบๆ ตัวอาคารของวัดทั้งภายในและภายนอก จะมีปะติมากรรมรูปปั้นและรูปแกะสลักลงสีสันสดใสของเทพเจ้า เทพธิดา และสัตว์ร้ายในเทพนิยาย มีความเชื่อกันว่าหากคุณเดินตามเข็มนาฬิการอบพระอุโบสถวัดให้เป็นเลขคี่ คุณจะโชคดี และในช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายนของทุกปี จะมีประเพณีลุยไฟทิมิติ (Timiti) ถือเป็นเทศกาลสำคัญประจำปีของวัดนี้

วัดพระเขี้ยวแก้ว (Tooth Relic Buddha Temple)

วัดพระเขี้ยวแก้ว (Tooth Relic Buddha Temple) สิงคโปร์
วัดจีนศิลปกรรมสมัยราชวงศ์ถังผสมศิลปะมันดาลา (Mandala) หลังใหญ่โตอลังการ ตั้งตระหง่านอยู่ในไชน่าทาวน์ (China Town) ซึ่งอาคารชั้นบนสุดของวัดได้บรรจุพระสารีริกธาตุพระทนต์ของพระพุทธเจ้าไว้ในสถูปทองคำหนักกว่า 320 กิโลกรัม ที่ได้มาจากการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธา นอกจากนี้ภายในวัดก็ยังมีพิพิธภัณฑสถานทางพุทธศาสนาขนาดย่อม ให้ผู้มาสักการะได้ศึกษา และเยี่ยมชมอีกด้วย

วัดเจ้าแม่กวนอิม (Kwan Im Thong Hood Cho Temple)

วัดเจ้าแม่กวนอิม (Kwan Im Thong Hood Cho Temple) สิงคโปร์
วัดเจ้าแม่กวนอิม ที่มีความเชื่อกันว่าหากไปขอพรแล้วจะสมหวัง จึงไม่น่าแปลกใจหากคุณจะเห็นฝูงชนมากมายต่อคิวเข้าไปสักการะขอพรในวัด และหากคุณเชื่อในเรื่องโชคลาง เซียมซีที่วัดแห่งนี้ขึ้นชื่อว่ามีความแม่นยำยิ่งนัก เนื่องด้วยจำนวนผู้คนที่มาสักการะเป็นจำนวนมาก จึงมีการห้ามถ่ายรูปภายในตัววัด และหากพนักงานของวัดมาเก็บธูปของคุณออกจากกระถางหลังจากคุณปักลงไป เพื่อให้ผู้มาสักการะคนถัดมามีที่ปักธูปได้ ก็อย่าไปโกรธเขาเลย

วัดเซียนฮกเก๋ง (Thian Hock Keng Temple)

วัดเซียนฮกเก๋ง (Thian Hock Keng Temple) สิงคโปร์
วัดเซียนฮกเก๋ง หรือวัดแห่งความสุขบนสรวงสวรรค์ สร้างขึ้นเพื่อถวายเทพธิดาแห่งท้องทะเล ที่เชื่อกันว่าช่วยคุ้มครองให้ผู้อพยพเดินทางมาถึงฝั่งเกาะสิงคโปร์ได้โดยปลอดภัย เป็นวัดที่มีความวิจิตรงดงามมาก และขึ้นชื่อได้ว่าเป็นวัดที่สวยที่สุดในสิงคโปร์ ความอัศจรรย์ใจอีกอย่างของวัดนี้ก็คือ โครงสร้างทั้งหมดของวัดถูกสร้างขึ้นมาโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว นอกจากนี้ยามคุณจะเดินเข้าภายในตัววัด จะต้องยกเท้าก้าวข้ามธรณีประตูซึ่งมีความสูงเป็นพิเศษ เชื่อกันว่าไว้ป้องกันภูตผีเข้ามาในวัด และเพื่อให้คนที่เข้ามาสักการะก้มหัวทำความเคารพก่อนเดินเข้าวัด

ยูนิเวิร์ลซัล สตูดิโอ (Universal Studio)

ยูนิเวิร์ลซัล สตูดิโอ (Universal Studio) สิงคโปร์
สวนสนุกชื่อดังในเขตเซนโตซา (Sentosa) ถึงแม้ว่าจะเป็นสาขาของสวนสนุกระดับอินเตอร์เนชั่นแนลจากฝั่งอเมริกา แต่เครื่องเล่นในสวนสนุกจำนวน 18 ชนิดจากทั้งหมด 24 ชนิด ใน 7 โซนประเภทเครื่องเล่น ได้ถูกออกแบบและปรับแต่งให้เข้ากับอรรถรสของนักท่องเที่ยวท้องถิ่นและความนิยมของชาวสิงคโปร์โดยเฉพาะ ถือเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของยูนิเวิร์ลซัล สตูดิโอ แห่งนี้

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ (SEA Aquarium-Marine Life Park)

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
อะควาเรียมระดับ 5 ดาวที่ขึ้นชื่อว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นส่วนหนึ่งของรีสอร์ท เวิล์ด เซนโตซา (Resort World Sentosa) ขึ้นชื่อเรื่องอุโมงค์ใต้ทะเลขนาดมหึมาที่จัดแสดงสัตว์น้ำจากทั่วทุกมุมโลกว่า 100,000 ตัว เรียกได้ว่าตั้งแต่ก้าวแรกที่เยื้องย่างเข้าไปก็ประหนึ่งคุณได้หลุดเข้าไปอยู่ในอีกมิติของโลกใต้น้ำ และด้วยเหตุที่ว่าอะควาเรียมแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตรีสอร์ทแบบครบวงจร ดังนั้นคุณไม่ได้เพียงแค่มาเที่ยวชมสัตว์น้ำเท่านั้น แต่ยังสามารถไปใช้บริการสวนสนุก สวนน้ำ พิพิธภัณฑ์ 3 มิติ ตีมพาร์คต่างๆ รวมไปถึงโรงแรมที่พักในเขตสวนสนุกอีกด้วย และที่สำคัญรีสอร์ทแห่งนี้มีบริการห้องพักพิเศษใต้น้ำ “โอเชี่ยน สวีท (Ocean Suites)” ที่ให้โอกาสคุณนอนนับปลา-ชมวิวใต้ทะเลทั้งยามหลับและยามตื่นอีกต่างหาก

สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เมอไลอ้อน (Merlion)

สัญลักษณ์ประจำเมือง มาแล้วต้องถ่ายรูปเป็นที่ระลึกว่ามาถึงสิงคโปร์

สิงคโปร์ ฟลายเออร์ (Singapore Flyer)

ชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในโลก เป็นเหมือนคู่แฝดของ ลอนดอน อาย(London Eye) ในทวีปเอเชีย

โรงภาพยนตร์ไต้ฝุ่น (Typhoon Theatre)

โรงภาพยนตร์ 4 มิติแห่งแรกของโลก ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์การเดินสมุทร

เซนโตซา (Sentosa)

เกาะแห่งความสุขสันต์ แหล่งสวนสนุกดังและพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำระดับโลก

ฮาว พาร์ วิลล่า (Haw Par Villa)

เมืองจำลองจากนิยายพื้นบ้านของจีน และเมืองนรกจำลอง 10 ขุม

มาริไทม์ เอ็กซเพอริเมนทัล มิวเซียม (Maritime Experimental Museum)

พิพิธภัณฑ์การเดินสมุทร จัดแสดงประวัติการเดินเรือและท่าเรือต่างๆ แห่งทวีปเอเชีย

มินท์ มิวเซียม ออฟ ทอยส์ (Mint Museum of Toys)

พิพิธภัณฑ์ของเล่นชื่อดังกว่า 50,000 ชิ้น เป็นแหล่งรวมคอลเลคชั่นของเล่นจากกว่า 25 ประเทศรอบโลก ตั้งแต่ของเล่นวินเทจโบราณอายุกว่าร้อยปี ไปจนถึงของเล่นไฮเทคในยุคปัจจุบัน

มัสยิดซุลต่าน (Sultan Mosque)

มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์

สวนนกจูร่ง (Jurong Bird Sanctuary)

สวนนกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีจำนวนนกมากกว่า 8,000 ตัว จาก 600 สายพันธุ์ ตั้งแต่นกเพนกวินจากขั้วโลกใต้ ไปจนถึงนกแก้วมาคอว์จากแอฟริกา